
การปูกระเบื้องเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการตกแต่งและปรับปรุงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายในอาคารอย่างห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่ภายนอกอย่างลานจอดรถและระเบียง เจ้าของบ้านหรือช่างส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการเลือกรูปแบบ ลวดลาย และขนาดของกระเบื้องเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจัยที่กำหนดว่างานปูกระเบื้องจะออกมาสวยงาม เรียบเนียน และคงทนยาวนานหลายสิบปีหรือไม่นั้น กลับซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระเบื้อง นั่นคือ ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวและการปรับระดับ
ปัญหากระเบื้องโก่งตัว กระเบื้องร่อน กระเบื้องแตกหักง่ายเมื่อมีของตกใส่ หรือปัญหาน้ำขังในห้องน้ำ เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดจากคุณภาพของแผ่นกระเบื้อง แต่เกิดจากการเตรียมพื้นผิวที่ไม่ถูกต้อง ปูนโครงสร้างมีความชื้นสูง พื้นผิวหลุดร่อนเป็นฝุ่น หรือระดับพื้นไม่ได้ระนาบตั้งแต่แรก การเรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่และการปรับระดับอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
พื้นผิวรองรับหรือ Subfloor คือฐานรากของงานปูกระเบื้อง หากฐานรากไม่แข็งแรงหรือมีความขรุขระ กาวซีเมนต์ที่ใช้ยึดเกาะจะไม่สามารถประสานตัวกับพื้นผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ป้องกันปัญหากระเบื้องร่อนและหลุดร่อน คราบฝุ่น คราบน้ำมัน หรือเศษปูนที่หลุดล่อนบนพื้นผิวเดิม จะทำหน้าที่เป็นสิ่งกีดขวางไม่ให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะกับคอนกรีต เมื่อเวลาผ่านไป กระเบื้องจะค่อยๆ หลุดร่อนออกจากพื้น
ลดความเสี่ยงกระเบื้องระเบิดหรือโก่งตัว เมื่อพื้นผิวไม่เรียบ ความหนาของกาวซีเมนต์ใต้แผ่นกระเบื้องจะไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดแรงดึงตัวที่ไม่เท่ากันเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน จนเกิดปัญหากระเบื้องดันกันจนแตกร้าว
ช่วยให้การสไลด์กระเบื้องจัดร่องยาแนวทำได้ง่าย พื้นที่ราบเรียบระดับเดียวกันช่วยให้ช่างสามารถจัดร่องยาแนวได้ตรงสวยงาม และใช้ระบบอุปกรณ์จัดระดับกระเบื้องได้เต็มประสิทธิภาพ
ประหยัดปริมาณกาวซีเมนต์ หากปรับระดับพื้นผิวได้ดีตั้งแต่แรก จะไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองปูนกาวซีเมนต์เพื่อนำมาพอกหนาๆ ในการปรับระดับกระเบื้อง

ก่อนเริ่มงานปรับระดับหรือลงมือปูกระเบื้อง จะต้องทำการตรวจสอบสภาพพื้นผิวเดิมอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าต้องแก้ไขจุดใดบ้าง
หากเป็นพื้นคอนกรีตเก่า ให้ใช้ตลับเมตรหรือขอบเกรียงเคาะทดสอบฟังเสียง หากมีเสียงกลวง แสดงว่าเนื้อคอนกรีตด้านล่างร่อนหลุดแล้ว จำเป็นต้องแซะและสกัดส่วนที่ร่อนออกให้หมดจนถึงชั้นคอนกรีตที่แข็งแรง หากปล่อยไว้จะทำให้กระเบื้องหลุดร่อนตามในภายหลัง
ใช้ระดับน้ำความยาวไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร หรือเลเซอร์วัดระดับ วางทาบลงบนพื้นเพื่อหาจุดสูงจุดต่ำ หากพบว่าพื้นมีความโก่งหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 5 มิลลิเมตร จะไม่สามารถปูกระเบื้องโดยใช้กาวซีเมนต์ปรับความหนาเพียงอย่างเดียวได้ จำเป็นต้องทำการปรับระดับพื้นผิวก่อน
ใช้มือลูบดูคราบฝุ่น หากมีฝุ่นแป้งติดมือขึ้นมาจำนวนมาก จำเป็นต้องทำความสะอาดและลงน้ำยาประสานคอนกรีต สำหรับพื้นที่คอนกรีตเทใหม่ ต้องปล่อยให้คอนกรีตบ่มตัวจนแห้งสนิทอย่างน้อย 28 วัน เพื่อลดความชื้นสะสมและหยุดการหดตัวของคอนกรีต
การทำความสะอาดพื้นผิวเป็นขั้นตอนที่เรียบง่ายแต่สำคัญอย่างยิ่ง หากข้ามขั้นตอนนี้ไป ประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวซีเมนต์อาจลดลงไปมากกว่าครึ่ง
ขูดแซะเศษปูนและสิ่งสิ่งสกปรก ใช้เกรียงขูด เศษปูนที่ตกค้าง ตะปู หรือคราบสีเก่าออกให้หมด
สกัดคราบน้ำมันและสารเคมี หากพื้นผิวมีคราบน้ำมัน คราบจาระบี หรือสารเคมีเคลือบผิวคอนกรีต ต้องใช้น้ำยาล้างคราบน้ำมันหรือสกัดผิวหน้าออก เพราะคราบน้ำมันจะป้องกันไม่ให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะ
กวาดและดูดฝุ่น ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งหมด การใช้น้ำฉีดล้างเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ฝุ่นละอองไปสะสมตามรูพรุนของคอนกรีต
ทาน้ำยาประสานคอนกรีต สำหรับพื้นปูนเก่าหรือพื้นที่มีฝุ่นแป้ง การทาน้ำยาประสานคอนกรีตหรือ Primer จะช่วยบล็อกฝุ่น ยึดเกาะเม็ดทราย และปรับการซึมน้ำของพื้นผิวให้สม่ำเสมอ ทำให้กาวซีเมนต์ไม่สูญเสียน้ำเร็วเกินไปขณะเซ็ตตัว

การปรับระดับพื้นก่อนปูกระเบื้องมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความหนาและสภาพพื้นที่ โดยแบ่งออกเป็นวิธีหลักดังนี้
| วิธีการปรับระดับ | ความหนาที่เหมาะสม | ข้อดี | เหมาะสำหรับ |
| ปูนปรับระดับ Self-leveling | 2 ถึง 15 มิลลิเมตร | ไหลตัวปรับระดับเองได้เรียบเนียน แห้งไว ทำงานง่าย | งานภายในอาคาร กระเบื้องแผ่นใหญ่ กระเบื้องยาง |
| การเข้าแบบเทปูนทับหน้า (Screeding) | 20 ถึง 50 มิลลิเมตร | รับน้ำหนักได้สูง ต้นทุนต่ำกว่า | งานภายนอก พื้นที่ขนาดใหญ่ พื้นที่ต้องการความสโลป |
| การแต่งซ่อมด้วยปูนกาวซ่อมโครงสร้าง | เฉพาะจุดอ่าง หรือรอยแตกร้าว | ซ่อมแซมรวดเร็ว ไม่ต้องเทใหม่ทั้งผืน | พื้นผิวที่มีปัญหารอยร้าวเฉพาะจุด |
ปูน Self-leveling เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การปรับระดับพื้นง่ายและเที่ยงตรงที่สุด ตัวเนื้อปูนมีความเหลวและยืดหยุ่นสูง สามารถไหลกลบจุดที่เป็นแอ่งและเซ็ตตัวได้ระดับราบเรียบเสมอกันโดยอัตโนมัติ
การเตรียมการ ทำการปิดรอยต่อ รอยร้าว และกั้นขอบรอบห้องด้วยโฟมเพื่อกันปูนไหลออก
การผสมปูน ผสมปูนปรับระดับกับน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุบนถุงอย่างเคร่งครัด โดยใช้ดอกปั่นสารเคมีปั่นด้วยความเร็วต่ำจนเนื้อปูนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวไร้ก้อนปูน
การเทและเกลี่ย เทปูนลงบนพื้นที่ที่ทาสีรองพื้นไว้แล้ว ใช้เกรียงหวีหรือเกรียงโค้งเกลี่ยปูนให้ทั่ว จากนั้นใช้ลูกกลิ้งหนามหนามไถไปมาเพื่อไล่ฟองอากาศ
การปล่อยให้แห้ง ปล่อยให้ปูนเซ็ตตัวตามระยะเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปสามารถเดินเบาได้ภายใน 24 ชั่วโมง และสามารถเริ่มงานปูกระเบื้องได้ในวันถัดไป
วิธีนี้เป็นวิธีดั้งเดิมที่เหมาะสำหรับการปรับระดับที่มีความหนาตั้งแต่ 2 เซนติเมตรขึ้นไป หรือพื้นที่ต้องการสร้างความชันสโลปเพื่อระบายน้ำ
การตั้งปุ่มเซี้ยม ใช้เลเซอร์จับระดับและทำปุ่มเซี้ยมด้วยปูนตามจุดต่างๆ ทั่วห้อง เพื่อเป็นเกณฑ์ความสูง
การทาน้ำยาประสาน ทาน้ำยาประสานคอนกรีตบนพื้นเดิมขณะที่ปูนปรับระดับยังไม่แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาปูนชั้นใหม่ร่อนออกจากปูนชั้นเก่า
การปาดปูน เทปูนทรายสำหรับงานปรับระดับ แล้วใช้สามเหลี่ยมอลูมิเนียมปาดพาดระหว่างแถบเซี้ยม รูดปาดให้ได้ระดับตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
การบ่มปูน ทิ้งให้ปูนบ่มตัวและแห้งสนิทอย่างน้อย 7 ถึง 14 วันก่อนเริ่มงานปูกระเบื้อง

สำหรับพื้นที่ที่ต้องสัมผัสกับน้ำและความชื้นเป็นประจำ เช่น ห้องน้ำ ระเบียง หรือลานซักล้าง การปรับระดับจะต้องคำนึงถึงเรื่องระบบกันซึมและการระบายน้ำเป็นสำคัญ
การปรับระดับในพื้นที่เปียกจะต้องมีการทำ Slope หรือความชันมุ่งตรงไปยังสะพือท่อน้ำทิ้ง โดยความชันที่เหมาะสมจะอยู่ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 100 นั่นคือ ระยะทาง 1 เมตร ระดับพื้นจะต้องลดลง 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำขังบนแผ่นกระเบื้อง
หลังจากทำการปรับระดับพื้นเรียบร้อยและปูนแห้งสนิทแล้ว จำเป็นต้องทาซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นทับลงบนพื้นผิวปรับระดับอย่างน้อย 2 รอบ โดยทาเกยขึ้นมาบนผนังสูงอย่างน้อย 20-30 เซนติเมตร และเข้ามุมด้วยเทปตาข่ายไฟเบอร์เพื่อป้องกันการแตกร้าวตามรอยต่อ เมื่อระบบกันซึมแห้งสนิทจึงเริ่มงานปูกระเบื้องต่อไป
เมื่อเตรียมพื้นผิวและปรับระดับได้เรียบเนียนแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก่อนลงมือปูคือการเลือกกาวซีเมนต์ให้เหมาะสม เพราะกาวซีเมนต์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับวัสดุและพื้นผิวที่แตกต่างกัน
กระเบื้องแผ่นใหญ่และกระเบื้องแกรนิตโต้ ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ที่มีสารพอลิเมอร์ปรับปรุงคุณภาพ ให้แรงยึดเกาะสูง ยืดหยุ่นได้ดี รองรับน้ำหนักของแผ่นกระเบื้องได้มาก
การปูทับกระเบื้องเดิม Tile on Tile ต้องเลือกใช้กาวซีเมนต์ประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อยึดเกาะบนพื้นผิวที่ไม่ซึมน้ำ และต้องทำการขัดเปิดหน้ากระเบื้องเดิมร่วมด้วย
พื้นที่ภายนอกอาคาร ต้องใช้กาวซีเมนต์ที่ทนทานต่อสภาวะอากาศ ความร้อนจากแสงแดด และความชื้นจากฝน โดยเนื้อกาวมีความยืดหยุ่นรองรับการขยายตัวของกระเบื้องเมื่อเจอความร้อน

การปูกระเบื้องให้ได้ผลงานที่สวยงาม ไร้ตำหนิ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอน การเตรียมพื้นผิวและการปรับระดับ เป็นอันดับแรก ความเป๊ะของการจับระดับ การขจัดสิ่งสกปรกบนพื้นผิว การเลือกใช้น้ำยาประสานคอนกรีต ตลอดจนการเลือกใช้วิธีปรับระดับที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นปูน Self-leveling หรือการปรับเททรายปาดเซี้ยม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหากระเบื้องร่อน กระเบื้องโก่ง หรือกระเบื้องระเบิดได้อย่างยั่งยืน การลงทุนเวลาและงบประมาณอย่างถูกต้องในขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ จะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าที่สุด